มนุษย์กับการทำงานเป็นสิ่งที่คู่กัน ถ้ามนุษย์ไม่มีการทำงานแล้วจะรู้สึกว่าไร้ค่า หลายๆคนจบการศึกษามาแต่ยอมรับการทำงานที่แตกต่างจากที่เรียนมา ความชอบหรือไม่ชอบในงานนั้นๆมีความแตกต่างกันในแต่ละคน การทำงานในแต่ละวันหลายๆคนอาจเกิดความสนุกในการทำงาน การมีเพื่อนร่วมงานที่ให้ความร่วมมือในการทำงาน การมาทำงานเช้าทุกวันและกลับบ้านเย็นๆ การประสบผลและมีความชื่นชอบในการทำงานเป็นทีม ขณะที่ในอีกมากมายหลายคนในองค์กรมีการบ่นการพูดถึงความอึดอัด ต้องการที่จะเปลี่ยนงานภายใต้เหตุผลต่างๆนาๆของแต่ละคนตามแต่สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ต่างกัน
คุณละ เคยถามตัวเองหรือไม่ว่า รักงานที่ทำอยู่ หรืออยากจะเปลี่ยนงานแล้ว?
งานวิจัยในเรื่องนี้ในต่างประเทศ สเกลการวัดความพร้อมที่จะเปลี่ยนงานของไซเพริท ได้สรุปไว้เพื่อให้ผู้ที่ประเมินตนเองทราบว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยนงาน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจมากมายโดยท่านอาจจะถามตัวท่านเองดังนี้ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
• คุณรู้สึกไหมว่า คุณและคนอื่นๆสร้างมาตรฐานการทำงานไว้สูงจนเกินไป ทั้งที่การทำงานในระดับเบื้องต้น ธรรมดาๆก็ใช้ได้แล้ว
• คุณเป็นคนเบื่องานเร็วมาก ทำงานในแต่ละที่ไม่เกินปีก็เปลี่ยนงานใหม่
• คุณชอบมองหาสิ่งท้าทายเสมอ แสวงหาความแปลกใหม่ท้าทายตลอดเวลาเป็นคนทะเยอทะยาน ความคิดไปข้างหน้าตลอดเวลา
• คุณมักวิตกกังวลเกี่ยวกับผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาว่าคิดอย่างไรเกี่ยวกับตัวคุณ มีความหวาดระแวงตลอดเวลาในเชิงลบว่าคนรอบข้างจะคิดไม่ดีต่อตนเอง
• คุณไม่อยากหยุดงานเพราะเกรงว่าจะมีอะไรรออยู่ เมื่อกลับมาทำงาน เป็นความกังวลที่ไม่ไว้ใจใคร และขาดการวางแผนชีวิต
• คุณวิตกกังวลกับเหตุการณ์แต่ละวันในที่ทำงานทั้งๆที่เป็นเวลาที่คุณควรทำตัวตามสบาย หาความสุขให้กับตังเอง อาจกล่าวได้ว่าเป็นวิตกจริต
• คุณคิดว่างานที่คุณทำไม่มีอะไรที่น่าสนุกอีกแล้ว ทำงานมาหมดแล้ว ไม่มีอะไรใหม่หรือเป็นปัญหาเดิมๆ อยู่และเซ็งๆไปวันๆ
• งานที่คุณทำใช้พลังงานของคุณมาก จนคุณไม่มีแรงที่จะไปทำอะไรอีก รู้สึกว่าทำงานหนักเกินไป ทำงานแทบไม่มีเวลาหยุดและส่งงานมาให้ทุกเรื่อง
• คุณรู้สึกว่าคนที่ล้อมรอบตัวคุณอยู่ ไม่มีความผูกพันกับงานในระดับเดียวกับคุณ มองว่าทุกคนทำงานเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก สำเร็จหรือไม่สำเร็จไม่สนใจ รอรับเงินเดือนตอนสิ้นเดือนอย่างใจจดใจจ่ออย่างเดียว
• เพื่อนร่วมงานคุณมีความสามารถน้อยกว่า ไม่มีใครเก่งกว่าอีกแล้ว
• คุณมักจะหงุดหงิดในอารมณ์อยู่บ่อยๆกับเพื่อนร่วมงาน บรรยากาศการทำงานที่แย่ลงมีความขัดแย้งในหลายโอกาส ไม่อยากที่จะร่วมงานด้วย
• คุณมักจะผิดหวังที่คนอื่นไม่เห็นความสำคัญของงานคุณที่ทำให้กับองค์การ
เป็นการมองข้ามของผู้บริหารที่มองข้ามงานต่างๆที่ตั้งใจทำ ทำให้เกิดความท้อแท้ในการทำงาน
• คุณพบว่า คุณทนความคิดของคนอื่นได้น้อยลงทุกที รู้สึกความเห็นของคนอื่นไม่สอดคล้องกับของตนเอง และไม่เห็นด้วย
• ในบางครั้งคุณปฏิเสธที่จะร่วมมือกับคนอื่น แม้จะรู้ว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากต่อตัวคุณเอง เป็นลักษณะไม่อยากร่วมมือกันในการทำงาน อยากทำงานคนเดียว
• คุณชักจะโกรธง่ายกว่าที่คุณเคยเป็น เป็นอารมณ์ที่เกิดในการทำงาน หงุดหงิดง่าย
• คุณมีเพื่อนน้อยลง และสังสรรค์กับคนที่ทำงานน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่เดิม ลักษณะที่หลีกหนีสังคม ไม่มีความสนใจ
• คุณมักปล่อยปละละเลยทำงานสำคัญให้ล่าช้าทั้งๆที่รู้ว่าในที่สุดคุณต้องรับเคราะห์กรรม ลักษณะหมดไฟ อะไรก็ได้ เกิดอะไรก็เกิด
• ในบางครั้งคุณตัดสินในไม่รับรู้คำสั่งเพราะคุณเชื่อว่ามันไม่เหมาะสมหรือมันงี่เง่า เป็นการปล่อยวางไม่รับรู้ ไม่สนใจโดยใช้การตัดสินของตนเองว่าคำสั่งนั้นไม่ดีไม่เหมาะสม
• หลายครั้งหลายหนที่คุณไม่สนใจคำสั่งเพราะคุณเชื่อว่าผู้ออกคำสั่งนั้นไม่มีน้ำยาที่จะบังคับใช้มัน เป็นลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและไม่เชื่อความสามารถของผู้ออกคำสั่ง
• คุณขาดความเคารพในผู้บังคับบัญชาและมั่นใจว่า คุณสามารถทำงานเจ้านายได้ดีกว่าที่เขาทำเอง เป็นปัญหาความเชื่อว่าความสามารถของผู้บังคับบัญชาน้อยกว่าตน
• คุณอิจฉาเพื่อนคุณเมื่อเพื่อนคุณพูดถึงความสำเร็จในการงานของเขา เป็นลักษณะส่วนบุคคลที่ไม่อยากให้ใครมีความก้าวหน้ากว่าตน
ประเด็นดังกล่าวข้างต้นบ่งบอกระดับความรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณควรจะเปลี่ยนงาน ความเข้มของประเด็นและเหตุผลของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนเพียงประเด็นเดียวก็มีน้ำหนักเพียงพอที่จะเปลี่ยนงาน แต่บางคนมีทุกประเด็นแต่เป็นประเด็นที่รู้สึกว่ามีระดับเพียงเล็กน้อย จึงไม่เป็นสิ่งที่ยึดเป็นแบบอย่างว่าถ้าตรงประเด็นดังกล่าวแล้วต้องเปลี่ยนงาน
สิ่งที่สำคัญอย่างมากคือการเตรียมพร้อมและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการวิเคราะห์และการพิจารณาอย่างรอบคอบ
การเปลี่ยนงานในแต่ละครั้งต้องเสมอตัวหรือกำไรในแง่ของปัจจัยต่างๆที่เราต้องการ เช่น ตำแหน่ง เงินเดือน ใกล้ที่พัก ทีมงานดี งานท้าทาย มีการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคส่งไปฝึกอบรมต่างประเทศ หรือทำงานเพื่อสังคม เป็นต้น
ถ้าคุณคิดว่าพร้อมแล้วที่จะต้องหางานใหม่ ต้องมีการวางแผนที่ดี รอบคอบ มั่นใจ และมีความพร้อมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการผ่านการฝึกงาน แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิต…..เปลี่ยนไป
• วางแผนงานที่สนใจ ว่าตำแน่งที่ตนเองชอบ ขอบข่ายงาน และตำแหน่งสำรอง
• หาข้อมูลงานและบริษัทที่สนใจ จากหนังสือสมัครงาน WWW. หนังสือข้อมูลบริษัท
• ส่งใบสมัครงาน ทางไปรษณีย์ งานตลาดนัดแรงงาน สมัครตรงที่บริษัท
• เตรียมตัวพร้อมในการสัมภาษณ์ ความรู้ที่เกี่ยวกับงานและความรู้รอบตัว การแต่งกาย
• เข้าสัมภาษณ์ ทำตัวให้พร้อมไม่ประหม่า แสดงความสามารถออกมาให้มากที่สุด
• ขอบคุณบริษัทที่เปิดโอกาสเข้ารับการสัมภาษณ์ โดยทำหนังสือขอบคุณ
• กรณีได้งาน ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด
• กรณียังไม่ได้รับการติดต่อให้ทำงานให้เริ่มในขั้นตอนด้านบนอีกครั้ง
คุณพร้อมที่จะเปลี่ยนงานแล้วหรือยัง ?
|