โดย...บัญญัติ บุญญา
สวัสดีครับ...เพื่อนพ้อง น้องพี่ ชาว HR Net ทุกท่าน สำหรับฉบับนี้ผมขอแชร์ความรู้และประสบการณ์ เรื่อง..."วิธีวิเคราะห์คนในการสัมภาษณ์งาน" ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาผมได้รับโอกาสที่ดี องค์กรชั้นนำทั่วประเทศ มากกว่า 20 องค์กรให้ไปพูดเรื่องการวิเคราะห์คน โดยใช้ศาสตร์ต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์คน ซึ่งพอแปลผลออกมา สามารถทำนายบุคลิก ลักษณะ นิสัยใจคอ จุดอ่อน จุดแข็งได้อย่างแม่นยำ จนหลายคนตกใจ โดยเฉพาะเหล่าสาวงาม ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ปี 2552 รอบ 18 คน อึ่งซะ จนเก็บอาการความสวยไม่อยู่ (อ่านรายละเอียดได้จาก www.mcot.net/missthailand2009)
ส่วนผู้บริหารและพนักงานจากองค์กรต่างๆ ก็แสดงความขอบคุณ HR. กันถ้วนหน้า ที่ได้รับฟังศาสตร์แห่งการวิเคราะห์คน (แต่ก็ไม่วายติดบ่นเล็กน้อยว่า...ทำไม...? คุณเพิ่งเชิญมา!!!) เพื่อนพ้องหลายคนโทรมาเล่าให้ฟังว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานบริหารคนได้จริง ซึ่งในฉบับนี้ผมขอนำเสนอเฉพาะในเรื่องการสัมภาษณ์งาน เพื่อให้ได้มาซึ่งคนดี คนเก่ง ที่เหมาะสมกับองค์กรของท่านครับ...
มาถึงตรงนี้หลายท่านอยากทราบแล้วใช่ไหมครับว่า ผมใช้เครื่องมืออะไรในการวิเคราะห์คน....เพื่อไม่ให้เสียเวลา...ขอเชิญทุกท่านหาความบันเทิงได้เลยครับ....
ศาสตร์ที่ 1 Enneagram of Personality
เป็นเครื่องมือแรกที่ผมนำมาใช้ในการสัมภาษณ์คนเข้าทำงานซึ่งหลายท่านคงทราบว่า เป็นศาสตร์โบราณที่มีอายุไม่ต่ำกว่าพันปี มีความละเอียด ลึกซึ้ง อธิบายถึงลักษณะนิสัย แรงผลักภายในของมนุษย์ได้อย่างถ่องแท้ ลักษณะหรือสิ่งที่บ่งบอก ลักษณะ 9 แบบของมนุษย์ โดยมีผู้คิดค้นคือ นักบวชซูฟี ,จี.ไอ.เกอร์ดเจฟ ,นารานโจ และท่านอาจารย์ สันติกโร เป็นคนแรกที่ได้นำศาสตร์นี้ไปเผยแพร่ในประเทศไทย ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสเข้าฝึกอบรมขั้นสูงกับท่านเหมือนกันครับ
สำหรับวิธีการเคราะห์ เราจะเริ่มจาก ให้ผู้รับการสัมภาษณ์ ทำแบบทดสอบเพื่อดูแนวโน้มว่าเป็นคนแบบไหน หลังจากนั้นเราจะตั้งคำถามเพื่อทวนสอบว่า ผู้รับการสัมภาษณ์ เป็นอย่างนั้นจรึงหรือไม่ (ให้เขาบอกเราเอง) เมื่อทราบแนวโน้มแล้วก็ลองมาเทียบกับคุณลักษณะของเขาดูว่าตรงกับที่เราต้องการหรือไม่
ตัวอย่าง การวิเคราะห์คน ตำแหน่ง ครู,วิทยากร,ผู้สอนงาน,นักฝึกอบรม
ลักษณ์ ๑ ชอบสอนแต่แบบชี้ถูกชี้ผิด ถ้าสอนแบบนี้พนักงานจะเครียดแต่จะได้เนื้อหาครบถ้วน
ลักษณ์ ๒ ชอบสอนแบบผู้ให้ ถ้าสอนแบบนี้อาจตามใจพนักงานมากเกินไปแต่ก็ได้ความอบอุ่น
ลักษณ์ ๓ ชอบสอนแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ ถ้าสอนแบบนี้อาจทำให้พนักงานสามารถนำไปใช้ได้จริง
ลักษณ์ ๔ ชอบสอนแบบเห็นใจ ถ้าสอนแบบนี้อาจจะเห็นความพิเศษของพนักงานแต่ละคน
ลักษณ์ ๕ ชอบสอนแบบให้คิด ถ้าสอนแบบนี้อาจจะไม่ค่อยมีชีวิตชีวา แต่ข้อมูลจะแม่นยำมาก
ลักษณ์ ๖ ชอบสอนแบบตั้งคำถาม ถ้าสอนแบบนี้พนักงานบางส่วนอาจจะไม่สนุกด้วยนัก
ลักษณ์ ๗ ชอบสอนแบบให้คิดทางเลือก ถ้าสอนแบบนี้พนักงานจะได้รับทางเลือกมากขึ้น
ลักษณ์ ๘ ชอบสอนแบบท้าทาย ถ้าสอนแบบนี้พนักงานจะกลัว ไม่กล้าสอบถาม
ลักษณ์ ๙ ชอบสอนแบบสมานไมตรี ถ้าสอนแบบนี้พนักงานจะชอบแต่ไม่ค่อยได้ผลมากนัก
สรุปได้ว่าทุกลักษณ์มีจุดอ่อนและจุดแข็งแตกต่างกันไป ซึงขึ้นอยู่กับองค์กรว่าต้องการคนแบบไหนที่จะรับเข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว เลือกเอานะครับ.... |